แมวดำ ไม่ชนะเลยตลอด 5 ครั้งหลังสุดที่พบ เบรนท์ฟอร์ด รวมทุกรายการ (เสมอ 2 แพ้ 3) ซึ่งเริ่มตั้งแต่เกมแพ้คาบ้าน 0-2 ในแชมเปี้ยนชิพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2018
เรชีส เลอ บรีส กุนซือชาวฝรั่งเศส ต้องเสีย แดเนียล บัลลาร์ด จนถึงหลังเบรกทีมชาติเดือนกันยายน เนื่องจากบาดเจ็บที่โคนขาหนีบ
นอกจากนี้ อาจี อาเลเซ่, เดนนิส เคอร์กิ้น, ลุค โอนีน, เลโอ เฮลเด้ และ โรเมน มันเดิ้ล ก็ยังคงชวดอยู่ ขณะที่ ไนออล์ ฮักกินส์ ยังไม่แน่ว่าจะพร้อมหรือไม่
คู่นี้จะเป็นการปะทะกันของคู่แข่งหน้าใหม่หนที่ 940 ในพรีเมียร์ลีก ครั้งล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันในลีกสูงสุดเกิดขึ้นในปี 1946-47 ซึ่ง ซันเดอร์แลนด์ บุกชนะ 3-0 และคว้าชัย 2-1 ที่บ้านตัวเอง
กุนซือ คีน แอนดรูว์ส ต้องเสีย แฟร้งค์ ออนเยก้า ที่บาดเจ็บจากเกมบอลถ้วยกลางสัปดาห์ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นตัวจริงในทีมชุดหลักอยู่แล้ว
ในรายของ วิตาลี่ ยาเนลท์, กุสตาโว่ นูเนส, ปารีส มาโกม่า และ ยูนุส โคนัค ยังมีปัญหาเรื่องความฟิต ส่วน โยอัน วิสซ่า ที่ต้องการย้ายทีมก็จะไม่ได้ลงเล่นเหมือนเดิม
(4-3-3) : โรบิน รูฟ – นอร์ดี มูกีเล่, เยนสัน เซลท์, โอมาร์ อัลเดเรเต้, เรนิลโด้ มันดาวา – ฮาบิ๊บ ดิยาร์ร่า, กรานิต ชาคา, โนอาห์ ซาดิกี้ – เชมส์ดีน ทาลบี, เอลีเอเซอร์ มาเยนด้า, ซิมง อาดิงกร้า
(4-2-3-1) : ควีวิน เคลเลเฮอร์ – ไมเคิ่ล คาโยเด, เนธาน คอลลินส์, เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, คีน ลูอิส-พ็อตเตอร์ – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เยกอร์ ยาโมลุค – ด็องโก้ วาตตาร่า, มิคเคล ดัมส์การ์ด, เควิน ชาเดอ – อีกอร์ ติอาโก้
: แอนโธนี่ เทย์เลอร์
แม้ ซันเดอร์แลนด์ จะเพิ่งตกรอบคาราบาว คัพ แต่การได้เล่นในบ้านน่าจะช่วยเพิ่มพลังใจให้ทีมไม่น้อย จริงอนู่ศักยภาพโดยรวมจะเป็นรองเบรนท์ฟอร์ดที่กำลังมั่นใจ ทว่าด้วยความมุ่งมั่นและเสียงเชียร์จากแฟนบอล เจ้าถิ่นมีโอกาสยื้อเกมได้ และอย่างน้อยก็น่าจะไม่แพ้ในรังตัวเอง